นวัตกรรมการใช้ประโยชน์จากไม้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด


ในปัจจุบันได้มีการใช้ไม้ในอัตราที่สูงขึ้น แต่ก็พบปัญหาต่างๆ มากมาย เช่น ไม้บิด ไม้แตก สีไม้ไม่สม่ำเสมอ ฯลฯ ทำให้การใช้ประโยชน์จากไม้ไม่ได้ประโยชน์สูงสุด ทำให้ได้มีการคิดค้นในนวัตกรรมการใช้ประโยชน์จากไม้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น

1.  การพัฒนาเตาอบไม้แบบประหยัด
เนื่องจากปัญหาของการใช้ประโยชน์จากไม้คือ เรื่องของความชื้นซึ่งความชื้นในเนื้อไม้ถ้ามีมากเกินไป เมื่อนำไปใช้งานก็จะเกิดการหดตัวแต่ถ้าความชื้นของเนื้อไม้มีน้อยเกินไป   เมื่อนำไปใช้งานก็จะเกิดการขยายตัวซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญของการใช้ประโยชน์จากไม้
ดังนั้นในการนำไม้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้นั้นจะต้องผ่านการอบไม้ให้มีความชื้นเท่ากับความชื้นสมดุลที่จะนำไปใช้งาน ก็จะทำให้ไม่เกิดปัญหาการยืดและหดตัวของเนื้อไม้

แต่ในความเป็นจริง ณ ปัจจุบันนี้ในการอบไม้นั้นจะมีเฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรมไม้ขนาดใหญ่ เนื่องจากเตาอบไม้นั้นมีการลงทุนสูงต้องใช้ Boiler เป็นแหล่งกำเนิดความร้อนทำให้ต้องลงทุนประมาณ 1-3  ล้านบาท และค่าก่อสร้างห้องอบไม้ขนาดประมาณ 700  ลบ.ฟุต ห้องละ 300,000 บาท เนื่องจากมีอุปกรณ์ในการควบคุมยุ่งยาก ทำให้ผู้ประกอบการต้องมีเงินลงทุนไม่น้อยกว่า 4  ล้านบาท นอกจากนี้อัตราการใช้เชื้อเพลิงก็สูงทำให้อุตสาหกรรมไม้ขนาดกลาง – เล็ก ไม่สามารถที่จะลงทุนได้

การทำให้ไม้แห้งนั้นมีปัจจัยที่สำคัญอยู่  3  ปัจจัยคือ
– ความร้อน
– ความเร็วลม
– ความชื้นสัมพัทธ์
ทำให้ทีมงานจึงมีแนวความคิดที่จะทำเตาอบไม้แบบประหยัด เพื่อเป็นการใช้ประโยชน์ไม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อความต้องการของอุตสาหกรรมไม้ขนาดกลาง – เล็ก โดยพิจารณาถึงแหล่งกำเนิดความร้อนและการลดอัตราการใช้เชื้อเพลิงให้น้อยลง

2.  การป้องกันการยืดหดตัวของเนื้อไม้ / การคงสีธรรมชาติของไม้ยางพาราโดยสาร PEG
ในปัจจุบันเฟอร์นิเจอร์ของประเทศไทย ได้นำไม้ยางพารามาใช้มากกว่า 80% แต่ได้พบปัญหาในการใช้คือ สีของไม้ยางพาราจากสีขาวเหลืองจะเปลี่ยนเป็นสีแดงอ่อนหรือน้ำตาลอ่อน ทำให้เกิดปัญหาในการทำสีต้องมีการฟอกสี ทำให้ต้องเพิ่มขั้นตอนในการทำงานและน้ำยาฟอกสีก็มีผลอันตรายต่อพนักงาน นอกจากนี้ยังไม่ได้สีธรรมชาติของไม้และที่สำคัญยังเป็นการป้องกันการยืดหดตัวของเนื้อไม้อีกด้วย แนวความคิดในการที่จะคงสีของไม้ยางพาราให้เป็นสีขาวธรรมชาติ โดยไม้ต้องใช้น้ำยาฟอกสี เพื่อให้สะดวกในการทำงานและการป้องกันการยืดหดตัวของเนื้อไม้

3.  การใช้ประโยชน์จากวัสดุทางการเกษตร
ทรัพยากรป่าไม้เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญยิ่งของประเทศ ที่มีผลต่อสภาวะสมดุลของระบบนิเวศ ดังนั้นหากมีการสูญเสียในทรัพยากรป่าไม้มากเท่าไร ก็ย่อมทำให้เกิดความไม่สมดุลของธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ดังจะเห็นได้ว่าจากสภาวะวิกฤตจากภัยธรรมชาติในปัจจุบัน ซึ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสาเหตุที่สำคัญก็สืบเนื่องมาจากการลดลงอย่างรวดเร็วของพื้นที่ป่าไม้  ปัจจัยที่ทำให้พื้นที่ป่าไม้ลดลงอย่างรวดเร็วนั้น นอกจากจะเกิดจากการบุกรุกเข้าครอบครองพื้นที่ป่าไม้เพื่ออยู่อาศัยทำกินแล้ว ยังเกิดจากการตัดไม้ทำลายป่าที่เกินกำลังการผลิตของป่า เพื่อนำไม้ธรรมชาติออกมาใช้ประโยชน์ให้เพียงพอกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของประชากร และความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ภาวการณ์ดังกล่าวจึงเป็นสิ่งที่ควรรีบเร่งแก้ไข และหาแนวทางปกป้องสภาพป่าไม้ให้สามารถเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ และอนุรักษ์สภาพป่าไม้ที่เหลืออยู่เพียง 86 ล้านไร่ หรือประมาณ 26% ของพื้นที่ประเทศให้คงอยู่ต่อไปได้

การใช้ประโยชน์จากวัสดุเศษเหลือทางการเกษตรที่มีมากในประเทศไทย ดังนั้นการนำวัสดุเศษเหลือทางการเกษตร จะเป็นวิธีการที่สามารถปกป้องป่าไม้ไว้ได้ เพราะนับวันปริมาณการบริโภคไม้สูงขึ้น โดยเฉพาะการบริโภคไม้ของประเทศไทยมีมากกว่า 3 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี  ซึ่งเป็นไม้ที่นำเข้าจากประเทศต่างๆ ถึง 75%  ของการบริโภคไม้ในประเทศ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าถ้าสามารถนำวัสดุเศษเหลือจากอุตสาหกรรมที่สกัดสมุนไพรมาเป็นวัตถุดิบทดแทนไม้จากธรรมชาติได้แล้ว ก็จะมีผลดีต่อการอนุรักษ์ป่าไม้ ลดมูลค่าการนำเข้าไม้จากต่างประเทศ และเพิ่มมูลค่าของวัสดุเศษเหลือทางการเกษตร และที่สำคัญยังเป็นการใช้ประโยชน์จากพืชทางเกษตรได้ครบวงจร

ไม้พาเลทหรือลังพาเลทนั้นจะเป็นชั้นไม้ที่ไว้สำหรับจัดเรียงสินค้าตามโรงงาน

7

เฟอร์นิเจอร์ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่ง ที่สามารถเติมเต็มคำว่าบ้านหรือที่อยู่อาศัยให้เป็นที่ที่สมบูรณ์ได้ ทั้งในเรื่องของความสวยงาม และอำนวยความสะดวกภายในบ้าน และใช่ว่าเฟอร์นิเจอร์เหล่านั้นจะต้องเป็นของแพงหรือมียี่ห้อเสมอไป เพราะเรื่องของการตกแต่งน่าจะมาจากความชอบจริงๆ ของเจ้าของมากกว่า ว่าจะชอบในรูปแบบสไตล์ไหน  ซึ่งในปัจจุบันจะสังเกตได้ว่าการตกแต่งอะไรสักอย่างหนึ่ง มันจะมีความเป็นสมัยใหม่และร่วมสมัยอยู่มากและก็เน้นไปทางการ DIY เพื่อที่จะให้เจ้าของได้ใช้ความคิดในการออกแบบและบ่งบอกสไตล์ของตัวเอง

ไม้พาเลทหรือลังพาเลทนั้นจะเป็นชั้นไม้ที่ไว้สำหรับจัดเรียงสินค้าตามโรงงาน เพื่อให้เวลาขนย้ายสิ่งของทำให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้นและสินค้าจะไม่ได้รับการกระทบกระเทือนในระหว่างที่ทำการขนส่งเคลื่อนย้ายออกไป ซึ่งไม้พาเลทเองนั้น จะมีความหลากหลายทั้งในเรื่องของคุณภาพของเนื้อไม้ ทั้งไม้เนื้ออ่อน ไม้เนื้อแข็ง หรือเป็นไม้มาจากต้นไม้ชนิดใดชนิดหนึ่ง เช่น ไม้สน ไม้เบิร์ก ไม้ฉำฉา เป็นต้น ซึ่งจะมีคุณภาพในการใช้งานไม่เหมือนกัน ซึ่งถ้าจะซื้อมาทำอะไรก็ต้องมีการดูแลรักษาเนื้อไม้กันก่อนที่จะนำมาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์สักชิ้น  ซึ่งถ้าใครไม่ถนัดในเรื่องการดูแลรักษาไม้แล้วล่ะก็ อาจจะต้องไปหาซื้อแถวท่าเรือหรือโรงงานใหญ่ๆ ก็จะมีให้เห็น บางร้านมีการลงน้ำยากันปลวก รักษาเนื้อไม้กันไว้ให้บ้างแล้ว

ส่วนใครที่อยากได้เฟอร์นิเจอร์ที่ทำเองสักชิ้น และมีต้นทุนไม่มากไม้พาเลทถือเป็นตัวเลือกที่ดีเพราะมีราคาไม่สูงมากนัก ชิ้นนึงราคาเฉลี่ยตกอยู่ประมาณชิ้นละ 200-900 บาท แล้วแต่แหล่งหรือขนาดของชั้นพาเลท นั้นๆ ส่วนไอเดียเรื่องที่ว่าจะเอาไปทำเฟอร์นิเจอร์อะไรได้บ้างนั้นต้องบอกเลยค่ะว่าเยอะมากอยู่ที่ความคิดสร้างสรรค์ การดัดแปลงนำไปใช้ของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอน ตู้ ลิ้นชัก โต๊ะ โชฟา ทำได้หมด ซึ่งวันนี้เราก็มีไอเดียสวยๆ มาให้เป็นตัวอย่างกันค่ะ โต๊ะกลางที่ทำจากชั้นไม้พาเลททั้งชิ้น นำมาขัดและทาสีที่มีสีสันสดใส และนำมาติดลูกล้อ วางแผ่นกระจกลงไปด้านบน ก็จะได้โต๊ะที่แสนน่ารัก ที่สามารถนำมาจัดวางไว้ในห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น หรือจะไว้สำหรับนำไปตกแต่งในร้านอาหาร ให้บรรยากาศชิลๆ ก็ได้ค่ะ

ข้อดีของการสร้างบ้านด้วยไม้เมื่อเทียบกับวัสดุอื่นๆ

การสร้างบ้านด้วยไม้มีความแข็งแรงทนทาน โดยเฉพาะไม้สนเหลือง ที่มีความหนาแน่นที่สุดในตระกูลไม้สน การผุกร่อนจากเชื้อราจะน้อย และยังป้องกัน ปลวก มอด แมลงต่างๆ โดยไม่ทำให้ไม้เสียหาย มีคุณสมบัติตามธรรมชาติของไม้ ทำให้อายุการใช้งานไม้ยาวนานกว่า 50 ปี นอกจากนี้ยังไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงอีกด้วย

ข้อดีของการนำไม้มาทดแทนวัสดุอื่น มีดังนี้

1.ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ไม้เป็นสิ่งที่นำมาทดแทนวัสดุอื่นได้ หรือนำกลับมาใช้ใหม่ได้ด้วย และสิ่งแวดล้อมจะดีขึ้นเรื่อยๆถ้ามีการปลูกป่าทดแทนอยู่เสมอ อีกทั้งยังช่วยขจัดคาร์บอนไดออกไซน์และผลิตออกซิเจนมากขึ้น

2.การก่อสร้างด้วยไม้ทำให้เกิดมลภาวะต่ำกว่าการก่อสร้างด้วยวัสดุอื่น เช่น เหล็ก คอนกรีต เพราะใช้ไม้พลังงานแค่ 350 KWH/M3

3.ไม้สามารถดูดซับเสียงได้ดี เพราะอัตราความเร็วของคลื่นเสียงที่ผ่านไม้มีค่าที่ต่ำกว่าวัสดุก่อสร้างอีกหลายประเภท และไม้สนยังใช้ในสถานที่แสดงดนตรี หรือผนังโบส์อีกด้วย

4.ช่วยกระจายความร้อน มีการนำความร้อนที่ต่ำ ทำให้ความร้อนจากภายนอกเข้ามาได้ยาก และยังช่วยลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศได้ ซึ่งช่วยประหยัดไฟฟ้าได้มากขึ้น

5.ปลอดภัยจากอันตรายเมื่อไฟไหม้ โครงสร้างไม้จะพังทลายได้ยากกว่าวัสดุอื่นๆ แม้ไม้จะเป็นเชื้อเพลิงก็ตาม เพราะไม้จะมีคุณสมบัติที่รักษาความแข็งแรงขณะเกิดการเผาไหม้ได้ดี หากเปรียบเทียบกับโครงสร้างเหล็กจะไม่สามารถรักษาความแข็งแรงได้ดีเทียบเท่า

6.เป็นฉนวนไฟฟ้า ไม้มีคุณสมบัติเป็นฉนวนป้องกันไฟฟ้าได้ดี หากสังเกตทั่วไปบางประเทศยังใช้ไม้ในการทำเสาไฟฟ้าในที่ต่างๆ

7.ช่วยประหยัดค่าแรง และค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง เนื่องจากงานก่องสร้างด้วยโครงสร้างไม้ใช้เวลาทำที่สั้นกว่างานก่อสร้างแบบคอนกรีต และยังประหยัดค่าลงทุนกับเครื่องมือที่ใช้สำหรับงานไม้ เนื่องจากเป็นเครื่องมือที่ราคาไม่แพง ทำให้ลดต้นทุนในการใช้เครื่องมือก่อสร้างได้ อีกทั้งไม้ยังประหยัดค่าใช้จ่ายระหว่างการก่อสร้างได้อีกมาก และประหยัดพลังงานเนื่องจากวัสดุไม้มีคุณสมบัติทางธรรมชาติที่เป็นฉนวนกันความร้อน ทำให้ลดต้นทุนของการใช้วัสดุกันความร้อน

ความต้องการและนิยมไม้สักเพื่อใช้ประโยชน์

ต้นสัก มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย พม่า ลาว และไทย โดยจัดเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดใหญ่ที่มีความสูงของต้นตั้งแต่ 20 เมตรขึ้นไป และอาจสูงได้ถึง 30 เมตร มีลำต้นเปลาตรง เรือนยอดเป็นทรงพุ่มกลมค่อนข้างทึบ เปลือกต้นหนาเป็นเทา หรือสีน้ำตาลอ่อนแกมเทา เปลือกต้นเรียบหรือแตกเป็นร่องเล็กๆตามความยาวของลำต้น พอต้นแก่โคนต้นจะเป็นร่องและมีพูพอนขึ้นบ้างเล็กน้อย ตามกิ่งอ่อนเป็นรูปเหลี่ยม ตามกิ่งอ่อนและยอดอ่อนมีขนสีเหลือง ส่วนลักษณะของเนื้อไม้จะเป็นสีน้ำตาลทอง ถึงสีน้ำตาลแก่ และมักมีเส้นสีน้ำตาลแก่แทรกอยู่ เนื้อไม้สักเป็นเสี้ยนตรงเนื้อหยาบ มีความแข็งปานกลาง เลื่อยไสกบตกแต่งได้ง่ายและไม่ค่อยยืดหดหรือบิดงอง่ายเหมือนไม้ชนิดอื่น ขยายพันธุ์ด้วยการใช้เมล็ดและแบบไม่อาศัยเมล็ด ชอบขึ้นตามพื้นที่ที่เป็นภูเขาหรือตามพื้นราบที่มีดินระบายน้ำได้ดี และน้ำไม่ท่วมขังหรืออาจจะเป็นดินร่วนปนทรายหรือดินที่มีความลึกมากๆ

ไม้สัก เป็นไม้ที่มีชื่อเสียงรู้จักกันแพร่หลายทั่วโลก

อันเนื่องมาจากเนื้อไม้มีคุณภาพสูง มีความแข็งแรงสูงตามการทดลองถึง 1,000 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร เป็นไม้ที่มีสีสันและลวดลายธรรมชาติที่งดงาม ไม้สักยังมีความต้านทานต่อปลวก มอด แมลง และเชื้อราต่างๆ ทนต่อกรด ไม่ทำให้เหล็กเป็นสนิม ตลอดทั้งทนทานต่อลมฟ้าอากาศที่จะทำลายเนื้อไม้ดังจะเห็นได้จากสภาพของโบสถ์ วิหาร ที่มีอายุหลายร้อยปีที่สร้างขึ้นด้วยไม้สักในจังหวัดต่างๆทางภาคเหนือของประเทศไทย ทั้งนี้เนื่องจากเนื้อไม้ของไม้สักจะมีน้ำมันหรือสารแทรกบางชนิด ซึ่งเป็นสารที่เป็นพิษต่อปลวก มอด แมลง และเชื้อรา

ปลวกและมอดไม่สามารถทำอันตรายไม้สักได้

เพราะในเนื้อไม้สักมีสารเคมีพิเศษอยู่ชนิดหนึ่ง ชื่อ O-cresyl methyl ether สารเคมีชนิดนี้ค้นพบโดยนักวิทยาศาสตร์ของกรมป่าไม้ มีคุณสมบัติเมื่อทาหรืออาบไม้แล้วไม้จะมีความคงทนต่อ ปลวก แมลง เห็ดราได้อย่างดียิ่ง นอกจากนี้ในไม้สักทองยังพบว่ามีทองคำปนอยู่ 0.5 ppm. ไม้สักเป็นไม้เนื้อแข็งตามมาตรฐานของกรมป่าไม้ จากการทดลองตามหลักวิชาการไม้สักมีความแข็งแรงสูงกว่า 1,000 กก./ตร.ซม. และมีความทนทานตามธรรมชาติ จากการทดลองนำส่วนที่เป็นแก่นของไม้สักไปทดลองปักดิน ปรากฏว่ามีความทนทานตามธรรมชาติเกินกว่า 10 ปี (ระหว่าง 11-18 ปี)

ในอีกไม่กี่ปี อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไม้จะมีการส่งออกเพิ่มมากขึ้น

northcountrywoodshop.com

อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอรร์ไม้มีการส่งออกเป็นจำนวนมากอยู่ที่ประมาณร้อยละ 70 ของเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมด และโดยส่วนใหญ่จะผลิตจากไม้ยางพารา การผลิตเฟอร์นิเจอร์ถูกแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทไม้เนื้ออ่อน และไม้เนื้อแข็ง ซึ่งไม้เนื้อแข็งนั้นส่วนมากจะถูกจำหน่ายภายในประเทศ ส่วนไม้เนื้ออ่อนที่ทำจากไม้ยางพาราประมาณร้อยละ 80 โดยจะเน้นการส่งออกเป็นส่วนใหญ่

คาดว่าในอีกไม่มีกี่ปีข้างหน้าอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไม้จะมีการขยายตัวเรื่อยๆตามภาวะเศรษฐกิจที่มีการเติบโต คาดว่าการส่งออกจะมีมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการส่งออกไม้ยางพารายังสามารถขยายตัวได้ดีเนื่องจากมีวัตถุดิบในประเทศเพียงพอ ตลาดส่งออกที่สำคัญคงหนีไม่พ้นอเมริกาและญี่ปุ่น จำนวนผู้ประกอบการมีตั้งแต่ขนาดกลางและขนาดย่อม และมีเพียงบางรายเท่านั้นที่มีการส่งออกคาดว่ามูลค่าส่งออกทั้งปีจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 12 และคาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 22 อีกทั้งยังสามารถขยายตัวได้ดีเนื่องจากมีวัตถุดิบในประเทศเพียงพอส่วนช่องทางการจำหน่ายมีทั้งผู้ผลิตจำหน่ายโดยตรงจากโรงงานถึงมือผู้ซื้อ หรือการจำหน่ายโดยตรงผ่านตัวแทนที่ร้านจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป หรือขายตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป

ไม้เนื้อแข็งที่ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่จะนำเข้ามาจากต่างประเทศ ส่วนไม้เนื้ออ่อนจะเป็นไม้ที่มาจากภายในประเทศ โดยวิธีการผลิตมีดังนี้ เริ่มจากการตัดไม้แบบหยาบโดยนำไม้แปรรูปที่อัดน้ำยาและอบแห้งแล้วนำมาตัดขนาดคร่าวๆไสไม้และขึ้นรูปไม้ตรง  หลังจากนั้นนำไม้มาตัดขนาด  เจาะรูเดือยและทำเดือย  ประสานไม้โดยอัดประสานด้วยเครื่องอัดประสานให้เป็นแผ่นโดยใช้กาวเป็นตัวเชื่อม  ขัดให้เรียบและชุบน้ำยาเพื่อป้องกันมอดเจาะทำลายเนื้อไม้ หลังจากนั้นจึงตรวจสอบคุณภาพและนำออกจำหน่าย

อย่างไรก็ตามการประกอบธุรกิจประเภทนี้ควรตั้งห่างจากแหล่งชุมชน ควรคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อส่วนรวมด้วย เนื่องจากก่อให้เกิดมลพิษทางเสียง และสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ อาจก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพของคนในชุมชนได้ ทางผู้ประกอบการเองควรให้ความสำคัญต่อสภาพแวดล้อมมาเป็นอันดับแรก หรือให้ชุมชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เพราะธุรกิจที่ดีนั้นควรตั้งอยู่บนพื้นฐานความถูกต้อง