ข้อดีของการสร้างบ้านด้วยไม้เมื่อเทียบกับวัสดุอื่นๆ

การสร้างบ้านด้วยไม้มีความแข็งแรงทนทาน โดยเฉพาะไม้สนเหลือง ที่มีความหนาแน่นที่สุดในตระกูลไม้สน การผุกร่อนจากเชื้อราจะน้อย และยังป้องกัน ปลวก มอด แมลงต่างๆ โดยไม่ทำให้ไม้เสียหาย มีคุณสมบัติตามธรรมชาติของไม้ ทำให้อายุการใช้งานไม้ยาวนานกว่า 50 ปี นอกจากนี้ยังไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงอีกด้วย

ข้อดีของการนำไม้มาทดแทนวัสดุอื่น มีดังนี้

1.ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ไม้เป็นสิ่งที่นำมาทดแทนวัสดุอื่นได้ หรือนำกลับมาใช้ใหม่ได้ด้วย และสิ่งแวดล้อมจะดีขึ้นเรื่อยๆถ้ามีการปลูกป่าทดแทนอยู่เสมอ อีกทั้งยังช่วยขจัดคาร์บอนไดออกไซน์และผลิตออกซิเจนมากขึ้น

2.การก่อสร้างด้วยไม้ทำให้เกิดมลภาวะต่ำกว่าการก่อสร้างด้วยวัสดุอื่น เช่น เหล็ก คอนกรีต เพราะใช้ไม้พลังงานแค่ 350 KWH/M3

3.ไม้สามารถดูดซับเสียงได้ดี เพราะอัตราความเร็วของคลื่นเสียงที่ผ่านไม้มีค่าที่ต่ำกว่าวัสดุก่อสร้างอีกหลายประเภท และไม้สนยังใช้ในสถานที่แสดงดนตรี หรือผนังโบส์อีกด้วย

4.ช่วยกระจายความร้อน มีการนำความร้อนที่ต่ำ ทำให้ความร้อนจากภายนอกเข้ามาได้ยาก และยังช่วยลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศได้ ซึ่งช่วยประหยัดไฟฟ้าได้มากขึ้น

5.ปลอดภัยจากอันตรายเมื่อไฟไหม้ โครงสร้างไม้จะพังทลายได้ยากกว่าวัสดุอื่นๆ แม้ไม้จะเป็นเชื้อเพลิงก็ตาม เพราะไม้จะมีคุณสมบัติที่รักษาความแข็งแรงขณะเกิดการเผาไหม้ได้ดี หากเปรียบเทียบกับโครงสร้างเหล็กจะไม่สามารถรักษาความแข็งแรงได้ดีเทียบเท่า

6.เป็นฉนวนไฟฟ้า ไม้มีคุณสมบัติเป็นฉนวนป้องกันไฟฟ้าได้ดี หากสังเกตทั่วไปบางประเทศยังใช้ไม้ในการทำเสาไฟฟ้าในที่ต่างๆ

7.ช่วยประหยัดค่าแรง และค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง เนื่องจากงานก่องสร้างด้วยโครงสร้างไม้ใช้เวลาทำที่สั้นกว่างานก่อสร้างแบบคอนกรีต และยังประหยัดค่าลงทุนกับเครื่องมือที่ใช้สำหรับงานไม้ เนื่องจากเป็นเครื่องมือที่ราคาไม่แพง ทำให้ลดต้นทุนในการใช้เครื่องมือก่อสร้างได้ อีกทั้งไม้ยังประหยัดค่าใช้จ่ายระหว่างการก่อสร้างได้อีกมาก และประหยัดพลังงานเนื่องจากวัสดุไม้มีคุณสมบัติทางธรรมชาติที่เป็นฉนวนกันความร้อน ทำให้ลดต้นทุนของการใช้วัสดุกันความร้อน

ความต้องการและนิยมไม้สักเพื่อใช้ประโยชน์

ต้นสัก มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย พม่า ลาว และไทย โดยจัดเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดใหญ่ที่มีความสูงของต้นตั้งแต่ 20 เมตรขึ้นไป และอาจสูงได้ถึง 30 เมตร มีลำต้นเปลาตรง เรือนยอดเป็นทรงพุ่มกลมค่อนข้างทึบ เปลือกต้นหนาเป็นเทา หรือสีน้ำตาลอ่อนแกมเทา เปลือกต้นเรียบหรือแตกเป็นร่องเล็กๆตามความยาวของลำต้น พอต้นแก่โคนต้นจะเป็นร่องและมีพูพอนขึ้นบ้างเล็กน้อย ตามกิ่งอ่อนเป็นรูปเหลี่ยม ตามกิ่งอ่อนและยอดอ่อนมีขนสีเหลือง ส่วนลักษณะของเนื้อไม้จะเป็นสีน้ำตาลทอง ถึงสีน้ำตาลแก่ และมักมีเส้นสีน้ำตาลแก่แทรกอยู่ เนื้อไม้สักเป็นเสี้ยนตรงเนื้อหยาบ มีความแข็งปานกลาง เลื่อยไสกบตกแต่งได้ง่ายและไม่ค่อยยืดหดหรือบิดงอง่ายเหมือนไม้ชนิดอื่น ขยายพันธุ์ด้วยการใช้เมล็ดและแบบไม่อาศัยเมล็ด ชอบขึ้นตามพื้นที่ที่เป็นภูเขาหรือตามพื้นราบที่มีดินระบายน้ำได้ดี และน้ำไม่ท่วมขังหรืออาจจะเป็นดินร่วนปนทรายหรือดินที่มีความลึกมากๆ

ไม้สัก เป็นไม้ที่มีชื่อเสียงรู้จักกันแพร่หลายทั่วโลก

อันเนื่องมาจากเนื้อไม้มีคุณภาพสูง มีความแข็งแรงสูงตามการทดลองถึง 1,000 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร เป็นไม้ที่มีสีสันและลวดลายธรรมชาติที่งดงาม ไม้สักยังมีความต้านทานต่อปลวก มอด แมลง และเชื้อราต่างๆ ทนต่อกรด ไม่ทำให้เหล็กเป็นสนิม ตลอดทั้งทนทานต่อลมฟ้าอากาศที่จะทำลายเนื้อไม้ดังจะเห็นได้จากสภาพของโบสถ์ วิหาร ที่มีอายุหลายร้อยปีที่สร้างขึ้นด้วยไม้สักในจังหวัดต่างๆทางภาคเหนือของประเทศไทย ทั้งนี้เนื่องจากเนื้อไม้ของไม้สักจะมีน้ำมันหรือสารแทรกบางชนิด ซึ่งเป็นสารที่เป็นพิษต่อปลวก มอด แมลง และเชื้อรา

ปลวกและมอดไม่สามารถทำอันตรายไม้สักได้

เพราะในเนื้อไม้สักมีสารเคมีพิเศษอยู่ชนิดหนึ่ง ชื่อ O-cresyl methyl ether สารเคมีชนิดนี้ค้นพบโดยนักวิทยาศาสตร์ของกรมป่าไม้ มีคุณสมบัติเมื่อทาหรืออาบไม้แล้วไม้จะมีความคงทนต่อ ปลวก แมลง เห็ดราได้อย่างดียิ่ง นอกจากนี้ในไม้สักทองยังพบว่ามีทองคำปนอยู่ 0.5 ppm. ไม้สักเป็นไม้เนื้อแข็งตามมาตรฐานของกรมป่าไม้ จากการทดลองตามหลักวิชาการไม้สักมีความแข็งแรงสูงกว่า 1,000 กก./ตร.ซม. และมีความทนทานตามธรรมชาติ จากการทดลองนำส่วนที่เป็นแก่นของไม้สักไปทดลองปักดิน ปรากฏว่ามีความทนทานตามธรรมชาติเกินกว่า 10 ปี (ระหว่าง 11-18 ปี)

ในอีกไม่กี่ปี อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไม้จะมีการส่งออกเพิ่มมากขึ้น

northcountrywoodshop.com

อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอรร์ไม้มีการส่งออกเป็นจำนวนมากอยู่ที่ประมาณร้อยละ 70 ของเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมด และโดยส่วนใหญ่จะผลิตจากไม้ยางพารา การผลิตเฟอร์นิเจอร์ถูกแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทไม้เนื้ออ่อน และไม้เนื้อแข็ง ซึ่งไม้เนื้อแข็งนั้นส่วนมากจะถูกจำหน่ายภายในประเทศ ส่วนไม้เนื้ออ่อนที่ทำจากไม้ยางพาราประมาณร้อยละ 80 โดยจะเน้นการส่งออกเป็นส่วนใหญ่

คาดว่าในอีกไม่มีกี่ปีข้างหน้าอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไม้จะมีการขยายตัวเรื่อยๆตามภาวะเศรษฐกิจที่มีการเติบโต คาดว่าการส่งออกจะมีมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการส่งออกไม้ยางพารายังสามารถขยายตัวได้ดีเนื่องจากมีวัตถุดิบในประเทศเพียงพอ ตลาดส่งออกที่สำคัญคงหนีไม่พ้นอเมริกาและญี่ปุ่น จำนวนผู้ประกอบการมีตั้งแต่ขนาดกลางและขนาดย่อม และมีเพียงบางรายเท่านั้นที่มีการส่งออกคาดว่ามูลค่าส่งออกทั้งปีจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 12 และคาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 22 อีกทั้งยังสามารถขยายตัวได้ดีเนื่องจากมีวัตถุดิบในประเทศเพียงพอส่วนช่องทางการจำหน่ายมีทั้งผู้ผลิตจำหน่ายโดยตรงจากโรงงานถึงมือผู้ซื้อ หรือการจำหน่ายโดยตรงผ่านตัวแทนที่ร้านจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป หรือขายตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป

ไม้เนื้อแข็งที่ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่จะนำเข้ามาจากต่างประเทศ ส่วนไม้เนื้ออ่อนจะเป็นไม้ที่มาจากภายในประเทศ โดยวิธีการผลิตมีดังนี้ เริ่มจากการตัดไม้แบบหยาบโดยนำไม้แปรรูปที่อัดน้ำยาและอบแห้งแล้วนำมาตัดขนาดคร่าวๆไสไม้และขึ้นรูปไม้ตรง  หลังจากนั้นนำไม้มาตัดขนาด  เจาะรูเดือยและทำเดือย  ประสานไม้โดยอัดประสานด้วยเครื่องอัดประสานให้เป็นแผ่นโดยใช้กาวเป็นตัวเชื่อม  ขัดให้เรียบและชุบน้ำยาเพื่อป้องกันมอดเจาะทำลายเนื้อไม้ หลังจากนั้นจึงตรวจสอบคุณภาพและนำออกจำหน่าย

อย่างไรก็ตามการประกอบธุรกิจประเภทนี้ควรตั้งห่างจากแหล่งชุมชน ควรคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อส่วนรวมด้วย เนื่องจากก่อให้เกิดมลพิษทางเสียง และสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ อาจก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพของคนในชุมชนได้ ทางผู้ประกอบการเองควรให้ความสำคัญต่อสภาพแวดล้อมมาเป็นอันดับแรก หรือให้ชุมชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เพราะธุรกิจที่ดีนั้นควรตั้งอยู่บนพื้นฐานความถูกต้อง

ไม้ยางพารากับอุตสาหกรรมการแปรรูปไม้ธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ

ไม้ใช้สอยที่นำมาสร้างอาคารบ้านเรือน ตลอดจนการนำมาทำเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องตกแต่งบ้านและแปรรูปมาเป็นโต๊ะ ตู้ เตียงต่างๆ ในอดีตที่ผ่านมาเมื่อป่าไม้ยังอุดมสมบูรณ์ จะมีการนำไม้จากป่ามาแปรรูปเพื่อกิจการดังกล่าว แต่ปัจจุบันป่าไม้ของประเทศไทยถูกทำลายไปเหลือไม่ถึง18 เปอร์เซ็นต์ของป่าไม้ทั้งประเทศ ป่าที่อุดมสมบูรณ์แม้จะอยู่บนยอดเขาที่สูงลิบได้กลายเป็นป่าต้นยางพารา ในภาคเหนือได้กลายเป็นสวนส้มและถูกบุกรุกทำไร่เลื่อนลอย ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ถูกแผ้วถางเตียนโล่งไปอย่างน่าใจหาย ในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปดูแลไม่ทั่วถึง และถึงแม้จะมีการปลูกป่าทดแทนโดยภาครัฐ และรัฐได้สนับสนุนให้เอกชนมีการปลูกป่าก็ตามก็ยังไม่สามารถนำมาทดแทนได้ทันกับความเจริญเติบโตของบ้านเมืองที่ต้องการนำไม้มาใช้สอย จนกระทั่งต้องมีการนำเข้าไม้แปรรูปมาจากประเทศเพื่อนบ้านธุรกิจการก่อสร้างได้พยายามที่จะหาไม้มาทดแทนไม้สัก ไม้ยาง และไม้เนื้อแข็งต่างๆ ซึ่งกรมป่าไม้เองก็เคยส่งเสริมให้มีการปลูกไม้โตเร็วขึ้นมาทดแทน เช่น กระถินณรงค์ สะเดา ยูคาลิปตัสเพื่อนำมาแปรรูปเป็นไม้เพื่อการก่อสร้างและไม้ใช้สอย

ไม้ยางพาราเป็นอีกประเภทหนึ่งที่ปัจจุบันมีบทบาทสำคัญ ซึ่งอยู่ในความสนใจของอุตสาหกรรมแปรรูปไม้ นำมาทำไม้ใช้สอย ทำเครื่องตกแต่งอาคารบ้านเรือน และอีกมากมายนอกเหนือจากการรีดเอาน้ำยางไปทำอุตสาหกรรมแปรรูปยางพารา การปลูกยางของเกษตรกรในตอนแรก วัตถุประสงค์หลักก็คือต้องการน้ำยาง แต่ปัจจุบันเมื่อต้นยางพาราเจริญเติบโตและอายุของต้นยางมากขึ้น เกษตรกรควรจะได้รับผลประโยชน์นอกเหนือไปจากน้ำยางที่ได้ก็คือไม้ยางพารา

ความต้องการไม้ยางพาราไปแปรรูป
ขณะนี้ไม้ยางพาราเป็นที่ต้องการของผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมทำไม้แปรรูปมาก เนื่องจากไม้อย่างอื่นไม่สามารถตัดนำมาใช้ได้เพราะฉะนั้นไม้ยางพารามีเท่าไรโรงงานต้องการหมด ในช่วงที่น้ำยางมีราคาดีเกษตรกรยังไม่อยากขาย ทำให้ไม้ยางพาราค่อนข้างขาดแคลนและมีราคาสูง ซึ่งเป็นผลดีแก่ชาวสวนยาง ไม้ยางพาราเป็นผลพลอยได้จากการปลูกยางที่มีคุณค่า ดังนั้นไม้ยางพาราจึงถือว่าเป็นโบนัสก้อนพิเศษที่เกษตรกรจะได้รับหลังจากหยุดกรีดน้ำยาง

การใช้ประโยชน์จากไม้ไผ่ที่ช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ดี

ไม้ไผ่ เป็นพืชชนิดหนึ่งที่รู้จักกันดีทั่วโลก

ในนามของ Bamboo มีความเกี่ยวพันกับชีวิตประจำวันของมนุษย์มาแต่โบราณกาล นับเป็นพันๆปีมาแล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเอเซีย- แปซิฟิค มีการใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวางเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของคนในทุกๆด้าน ตั้งแต่ที่อยู่อาศัย อาหาร เครื่องกีฬา เครื่องดนตรี เครื่องมือเกษตรกรรม ตลอดจนเป็นเครื่องศิลปกรรมของคนแต่ละชาติ และรวมถึงวัตถุดิบในการอุตสาหกรรม และการสันทนาการหรือการใช้ประโยชน์เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งมนุษย์รู้จักไม้ไผ่และการใช้ประโยชน์จากไม้ไผ่เป็นอย่างดี ในขณะที่ยังขาดมาตรการในการอนุรักษ์ อีกทั้งการศึกษาค้นคว้าและวิจัยเกี่ยวกับธรรมชาติของไม้ไผ่ยังเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องกระทำต่อไปในอนาคต

ไม้ไผ่ เป็นพืชยืนต้น มีลำต้นกลมและกลวงตรงกลาง มีข้อกระจายอยู่ทั่วไปเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ลำต้น เส้นใยของลำไม้ไผ่จะประสานกันแน่น มีความเหนียว และมีแรงหยุ่นตัว ทำให้สามารถโค้งงอหรือดัดได้ตามต้องการ เปลือกหรือผิวของลำไม้ไผ่จะแข็งและเรียบเป็นมัน โดยปราศจากการตกแต่ง ไม้ไผ่แต่ละชนิดมีลักษณะภายนอกแตกต่างกันไป บางชนิดมีลักษณะเด่นที่แตกต่างจากชนิดอื่นอย่างชัดเจน แต่บางชนิดมีลักษณะคล้ายคลึงกัน ทำให้เกิดอุปสรรค ในการจำแนกพันธุ์ นอกจากนี้ยังพบว่า ไม้ไผ่เป็นพืชที่สามารถตอบสนองต่อสภาพแวดล้อม และผันแปรพันธุ์ได้ง่าย ไม้ไผ่ชนิดเดียวกันขึ้นอยู่ในที่ที่มีสภาพทางภูมิศาสตร์และปริมาณน้ำฝนแตกต่างกัน จะมีลักษณะแตกต่างกันไป

ไม้ไผ่ สามารถทำประโยชน์ได้หลากหลายมากตั้งแต่งานโครงสร้าง ปัจจุบันการใช้ผลิตภัณฑ์จากไผ่มีน้อยลง เพราะมีผลิตภัณฑ์จากเทคโนโลยีเข้ามาทดแทน ส่วนใหญ่ทำจากพลาสติกที่หาซื้อได้ง่าย ทดทาน แต่ย่อยสลายได้ยากกว่า และนี่แหละที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน สำหรับการพื้นฟูและหันกลับมาใช้วัสดุจากธรรมชาติ เช่น ไผ่นี้จะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้อย่างมาก ช่วยอนุรักษ์และพื้นฟูภูมิปัญญาท้องถิ่น ช่วยให้คนคืนถิ่นกลับมาทำงาน ณ บ้านเกิดได้อีกมาก ตามที่ได้กล่าวแล้วว่า ไผ่ เป็นไม้โตเร็ว สามารถนำมาประกอบอาหารได้ในขณะที่เป็นหน่อไม้ เมื่อโตขึ้นสามารถนำมาทำผลิตภัณฑ์ ใช้ในครัวเรือน และออกจำหน่ายได้

ประโยชน์ของไม้ไผ่

1.ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ ป้องกันการพังทลายของดินตามริมฝั่ง ช่วยเป็นแนวป้องกันลมพายุ ชะลอความเร็วของกระแสน้ำป่าเมื่อฤดูน้ำหลากกันภาวะน้ำท่วมฉับพลัน
2.เราสามารถนำมันมาใช้เป็นวัสดุเสริมในงานคอนกรีต และเป็นส่วนต่างๆของการสร้างที่อยู่อาศัยแบบประหยัดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
3.ประโยชน์จากลักษณะทางเคมีของไม้ไผ่ เนื้อไผ่ใช้บดเป็นเยื่อกระดาษ เส้นไยใช้ทำไหมเทียม เนื้อไผ่บางชนิดสามารถสกัดทำยารักษาโรคได้ ใช้ในงานอุตสาหกรรมนานาชนิด
4.การใช้ไม้ไผ่ในผลิตภัณฑ์หัตถกรรมและอุสาหกรรม
5.ประโยชน์ทางด้านการบริโภค เช่น การนำหน่อไม้ไผ่มาทำเป็นอาหาร ไม่ว่าจะเป็นซุบ แกง ต้ม หรือนำมาดองจิ้มน้ำพริก